ดัชนีมวลกายคืออะไร?

ดัชนีมวลกาย (BODY MASS INDEX(BMI))หมายถึงเครื่องมือเพียงชนิดเดียวที่ใช้วัดไขมันในร่างกาย (body fat) ที่ยังไม่สมบูรณ์แบบนัก เป็นวิธีหนึ่งในการประมาณปริมาณไขมันส่วนเกินที่ร่างกายสามารถเก็บได้ ใช้ความสูงและน้ำหนักในการคำนวณ เป็นวิธีที่ง่ายและเชื่อถือได้ในการประเมินความเสี่ยงของโรคอ้วน แม้ว่าจะยังไม่มีการรับรองเป็นทางการ

777

การวัดค่าดัชนีมวลกาย
ดัชนีมวลกาย คำนวณตามน้ำหนักของคุณเป็นปอนด์หารด้วยความสูงของคุณเป็นนิ้วยกกำลังสองและคูณด้วย 703:

สูตร: น้ำหนัก (ปอนด์) / ความสูง (นิ้ว) 2(ยกกำลัง2) x 703

ตัวอย่าง: คนที่มีความสูง 5 ฟุต 4 นิ้วและน้ำหนัก 140 ปอนด์: 140 / (64×64) x 703 = 24BMI

หรือสำหรับระบบเมตริก วัดน้ำหนักเป็นกิโลกรัมหารด้วยความสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง

สูตร: น้ำหนัก (กก.) / สูง (m) 2

ตัวอย่าง: คนที่มีความสูง 1.7 เมตรและน้ำหนัก 68 กก.: 68 / (1.7 x 1.7) = 23.5 BMI

ตัวเลขดัชนีมวลกาย(BODY MASS INDEX(BMI))จะเหมือนกันทั้งชายและหญิง

ดัชนีมวลกายน้อยกว่า 18.5

คุณมีน้ำหนักน้อยเกินไป ซึ่งอาจจะเกิดจากนักกีฬาที่ออกกำลังกายมาก และได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ วิธีแก้ไขต้องรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ และมีปริมาณพลังงานเพียงพอ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

ดัชนีมวลกายระหว่าง 18.5-22.9

คุณมีน้ำหนักปกติและมีปริมาณไขมันอยู่ในเกณฑ์ปกติ มักจะไม่ค่อยมีโรคร้าย อุบัติการณ์ของโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงต่ำกว่าผู้ที่อ้วนกว่านี้

ดัชนีมวลกายอยู่ระหว่าง 23-24.9

คุณเริ่มจะมีน้ำหนักเกิน หากคุณมีกรรมพันธ์เป็นโรคเบาหวานหรือไขมันในเลือดสูงต้องพยายามลดน้ำหนักให้ดัชนีมวลกายต่ำกว่า 23

ดัชนีมวลกายอยู่ระหว่าง 25-29.9

คุณจัดว่าเป็นคนอ้วนระดับ1 และหากคุณมีเส้นรอบเอวมากกว่า 90 ซม.(ชาย) 80 ซม.(หญิง) คุณจะมีโอกาศเกิดโรคความดัน เบาหวานสูง จำเป็นต้องควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย

ดัชนีมวลกายมากกว่า 30

คุณจัดว่าอ้วนระดับ2 คุณเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่มากับความอ้วน หากคุณมีเส้นรอบเอวมากกว่าเกณฑ์ปกติคุณจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคสูง คุณต้องควบคุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างจริงจัง