“โค้ชเบ๊” ลั่นนักเตะกำลังคึกเชื่อ “ค้างคาวไฟ” เก็บชัยต่อเนื่อง

“ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี ที่มีโปรแกรม เปิดสนามทะเลหลวง ต้อนรับการมาเยือน “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี ในศึกไทยลีก 2017 นัดที่ 10 ในวันอาทิตย์เวลา 18.00 น.

ล่าสุด “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก หัวหน้าผู้ฝึกสอน สุโขทัย เอฟซี เปิดเผยว่า สภาพทีมล่าสุดไม่มีใครบาดเจ็บ มีอาการล้าจากการเดินทางบ้าง ซึ่งต้องดูว่านักเตะแต่ละคนมีความฟิตก่อนลงสนามมากน้อยแค่ไหน แต่ทุกคนมีสภาพร่างกายค่อนข้างดีและฟื้นตัวได้เร็ว ส่วนตัวคิดว่า พอรู้วิธีการเล่นของ การท่าเรือ คิดว่าเราสู้ได้ โดยตั้งเป้าเก็บชัยชนะให้ได้อย่างต่อเนื่อง เกมนี้ต้องเก็บ 3 แต้ม

“เกมนี้เราได้เล่นในบ้าน ดังนั้น เราต้องเก็บ 3 แต้มให้ได้ เพื่อหนีโซนอันตราย กำลังใจของทีมขณะนี้ดีมาก เพราะเราพึ่งเก็บชัยชนะในนัดล่าสุดในเกมเยือน ไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี มาได้ ซึ่งเป็นชัยชนะนัดแรกในเกมเยือนของเราในฤดูกาลนี้ ส่วนโปรแกรมต่อจากนี้อีก 3-4 นัดที่เรามีเกมหนัก ต้องพบกับทีมหัวตาราง ทั้ง เชียงราย ยูไนเต็ดและบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดนั้น ตนยังไม่ได้มองไปไกลถึงขนาดนั้น เราต้องเน้นไปแบบนัดต่อนัด” โค้ชเบ๊ กล่าว

“เกมนี้เราอาจจะยึดนักเตะชุดเดิมที่ชนะ ไทยฮอนด้า แต่อาจปรับบางตำแหน่งเล็กน้อยตามแผนการเล่น โดยนักเตะหลายคนในทีมตอนนี้กำลังมั่นใจ และทำผลงานได้ดี แต่ละตำแหน่งสามารถทดแทนกันได้ รวมทั้งทุกคนต้องพยายามทำผลงานทั้งในสนามและการซ้อมให้ออกมาดี เป็นการแข่งขันกันเองในทีมด้วย ซึ่งส่งผลดีกับเรา ทำให้เรามีตัวเลือกในการส่ง 11 ตัวจริงได้มากขึ้นด้วย” ไพโรจน์ กล่าวย้ำ

“โค้ชเฮง” มั่นใจเปลี่ยนโค้ชใหม่ปลดล็อค “ช้างศึก”

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ ได้ออกมาตอบคำถามสื่อถึงความคืบหน้าในการเจรจาหากุนซือทีมชาติไทยคนใหม่ หลังการประชุมสภากรรมการ

“เรื่องโค้ชทีมชาติไทยชุดใหญ่ ผมได้มอบหมายให้คุณวิทยา และคุณพาทิศ เป็นผู้ดำเนินการสัมภาษณ์ ส่วนตัวผมเองให้ความสำคัญกับโค้ชที่มาเสนอตัวหรือมาพบกับคณะกรรมการด้วยตนเอง เพราะแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของตัวโค้ชที่มา และการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวทำให้เห็นถึงกิริยา สายตา น้ำเสียง ว่ามีความมุ่งมั่นในการจะมาคุมทีมชาติไทยขนาดไหน”

“ส่วนจะเป็นใครที่มาคุมทีมนั้นก็จะเป็นทางคุณวิทยาที่เป็นคนคัดเลือก นอกจากคุณสมบัติของโค้ชที่เหมาะสมแล้วยังต้องคำนึงถึงเวลาที่ต้องลงตัวทั้งสองฝ่าย รวมถึงเรื่องงบประมาณและข้อตกลงต่างๆ ด้วย โดยพยายามจะหาข้อสรุปถึงกุนซือทีมชาติไทยคนใหม่ให้ได้ภายในสิ้นเดือนนี้”

นอกจากนี้ นายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาฯ ฝ่ายต่างประเทศและโฆษกสมาคมฯ กล่าวเสริมว่า ทางสมาคมยังเปิดโอกาสให้โค้ชต่างชาติเข้ามาคุยได้ถึงวันจันทร์ โดยในวันจันทร์ ยังมีอดีตโค้ชทีมชาติจีน ชาวฝรั่งเศสอย่าง อแลง แปร์กแร็ง ขอเข้าพบเป็นรายสุดท้าย

ด้าน “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล ประธานเทคนิคสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า “สำหรับตอนนี้ยังมีโค้ชเข้ามายื่นข้อเสนอเข้ามาคุมทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่อง แต่ก็จะปิดรับสมัครในวันจันทร์นี้ ไม่เช่นนั้นก็จะมีสมัครเข้ามาเรื่อยๆ ตอนนี้บอกได้เลยว่าโค้ชที่เข้ามาคุย แต่ละคนได้ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี บางคนก็ได้มีการเลือกนักเตะที่จะเรียกติดทีมมาประกอบด้วย

ซึ่งถือว่าทำงานกันเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง ผมบอกเลยตอนนี้อยากให้จบเรื่องนี้โดยเร็ว เพราะเรามีอีก 3 เกมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รออยู่ข้างหน้า ซึ่งมั่นใจว่าการเปลี่ยนโค้ชในครั้งนี้จะทำให้ทีมชาติไทยดีขึ้น เหมือนกับทาง อิรัก, ยูเออี และซาอุฯ ที่เปลี่ยนโค้ชก็สามารถเก็บชัยชนะได้ทันที ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าเราได้โค้ชคนใหม่ก็น่าจะพาทีมเก็บ 3 แต้มในเกมที่เหลือได้อย่างแน่นอน”

รวยกันนัก! เอเยนต์ ยันเอง ใครกล้าจ่าย 100 ล้าน มาเอา กรีซมันน์ ไปเลย

FBL-ESP-LIGA-ESPANYOL-ATLETICO

สำหรับ อองตวน กรีซมันน์ กองหน้าระดับโลกจากทีม แอตเลติโก มาดริด นั้นก็เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่ยังไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าหลังจบฤดูกาล 2016-17 นี้แล้วเขาจะเลือกทางเดินชีวิตให้ตัวเองอย่างไร

เพราะถึงแม้ทีมตราหมี ที่มี ดิเอโก้ ซิเมโอเน เป็นกุนซือนั้นจะเรียกได้เต็มปากว่าเป็นสโมสรใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งไม่แพ้ใครในยุโรป แต่ก็ดูท่าอาจจะไม่สามารถรั้ง ดาวเตะชาวฝรั่งเศสเอาไว้ได้ 100% โดยเฉพาะกับการที่มีทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้ามาพัวพันด้วยแล้ว ปัจจัยหลายอย่างบ่งชี้ว่า โอลด์ แทรฟฟอร์ด อาจจะเป็นบ้านหลังต่อไปที่เขาเลือกย้ายไปอยู่

แต่ถึงกระนั้น เอเยนต์ ของ กรีซมันน์ ก็ได้ออกมาเปิดเผยแล้วว่า คงไม่สามารถปฏิเสธได้หากมีทีมไหนกล้ายอมจ่ายเงินมากถึง 100 ล้านยูโร ซึ่งถูกเขียนเอาไว้ว่าเป็นค่าฉีกสัญญาของเจ้าตัว

“เป็นความจริงที่ค่าฉีกสัญญาของ กรีซมันน์ คือ 100 ล้านยูโร ซึ่งหากใครยื่นมาจริงก็ถือเป็นดีลที่ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้” โอลฮาตส์ ผู้เป็นเอเยนต์ของ แข้งน้ำหอม กล่าวกับ เทเลฟุต

“ตอนนี้เรากำลังปรึกษากันอยู่กับสถานการณ์นี้ แน่นอนว่ามีทั้งทีมจากอังกฤษอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด, แมนฯ ซิตี้, เชลซี และทีมจาก บาร์เซโลนา, เรอัล มาดริด กำลังให้ความสนใจ กรีซมันน์ อยู่”

ฮ็อตของจริง ! สื่อประโคม ชุดขาว จะเอา คูตินโญ ไปยืนกลางแทน โมดริช

Liverpool v Crystal Palace - Premier League

ณ ตอนนี้ เรียกว่าเป็นช่วงเวลาที่พีคสุดในอาชีพค้าแข้งของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ แนวรุกคนสำคัญของ ลิเวอร์พูล เลยก็ว่าได้ เพราะฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมที่แสดงให้เห็นออกมาในแต่ละเกมนั้นทำให้บรรดาสโมสรใหญ่ ๆ ถึงกับจ้องกันตาเป็นมันเลยทีเดียว

และในขณะที่ พ่อมดน้อยแห่งแอนฟิลด์ นั้นตกเป็นข่าวอยู่กับ บาร์เซโลนา มาแบบทีมเดียวอยู่นานเป็นปี ก็เริ่มที่จะมีบรรดาทีมเศรษฐีเข้ามาพัวพันกันมากขึ้นทีละนิด โดยล่าสุด เรอัล มาดริด คู่แข่งทางด้านความเป็นมหาอำนาจจาก ลาลีกา สเปน ก็เข้ามาจอยด้วยอย่างช่วยไม่ได้

โดย ดอน บาลอน สื่อที่มีชื่อเสียงในด้านการปล่อยข่าวลือจากแดนกระทิงดุ รายงานอย่างไม่กลัวหน้าแหกว่า ประธานสโมสร ฟลอเรนติโน เปเรซ นั้นอยากให้ คูตินโญ ย้ายไปรับบทบาทผู้บัญชาเกมแทน ลูก้า โมดริช ในฤดูกาลหน้าเลยทีเดียว
ทั้งนี้เป็นเพราะเจ้าตัวอาจจะเลือกขาย โมดริช ที่มีอายุ 31 ปีแล้วออกไปให้กับ บาเยิร์น มิวนิค เจ้าพ่อขาใหญ่แห่ง บุนเดสลีกา เยอรมัน หลังจบฤดูกาลนี้นั่นเอง ฉะนั้นเขาจึงต้องการที่จะหาใครสักคนมาให้ ซีเนอดีน ซีดาน มาเลือกใช้งานแทนหากผู้เล่นในตำแหน่งสำคัญนี้ต้องขาดหายไปจริง ซึ่ง สตาร์บราซิเลียน ของทีม หงส์แดง นั้นเป็นที่ชื่นชอบของเจ้าประธานตัวแสบมากในขณะนี้ด้วย

แค่นี้จิ๊บๆ ! ซลาตัน ลั่นไม่มีวันยอมแพ้หลังบาดเจ็บหนัก

FBL-EUR-C3-MAN UTD-ANDERLECHT

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หัวหอกระดับเทพของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมายืนยันว่าเขาจะไม่มีวันยอมแพ้แม้ได้รับอาการบาดเจ็บครั้งรุนแรง   โดย ซลาตัน ซึ่งยิงแล้ว 28 ประตู ซีซั่นนี้ต้องปิดเทอมยาวไปก่อนจากอาการเจ็บในเกม ยูโรป้า ลีก ซึ่งทำให้เกิดคำถามขึ้นมากมายรวมถึงสัญญากับ ปีศาจแดง ที่กำลังจะหมดด้วย

“เหนือกว่าสิ่งอื่นใดคือผมอยากจะขอบคุณแรงเชียร์และความรักที่ได้รับจากแฟนๆ” ซลาตัน กล่าวผ่าน อินสตราแกรม

“มันไม่มีความคืบหน้าอะไรตอนนี้นอกจากผมบาดเจ็บและจะไม่ได้เล่นฟุตบอลชั่วขณะใดขณะหนึ่ง ที่จะต้องผ่านไปเหมือนทุกๆ อย่างในอดีตพร้อมกลับมาให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม”

“นอกเสียจากว่าจะต้องลงเล่นด้วยขาเดียวมันก็ไม่มีอะไรเป็นปัญหา แต่อย่างหนึ่งที่แน่นอนคือผมจะตัดสินใจเองว่าเมื่อไหร่ควรจะหยุด และคำว่ายอมแพ้นั้นไม่เคยมีในหัว แล้วเจอกันเร็วๆ นี้”

มันมาหาเอง! “ซาโก้” ปัดดีใจกับ “เบนเตเก้” นัดสอย “หงส์แดง”

มามาดู ซาโก้ ปราการหลังคริสตัล พาเลซ ที่ยืมตัวมาจากลิเวอร์พูล ยืนยันว่าไม่ได้เฉลิมฉลองชัยชนะกับ คริสเตียน เบนเตเก้ ในเกมบุกไปเอาชนะทีมต้นสังกัดที่แท้จริงถึงแอนฟิลด์ 2-1 แต่อย่างใด

“ตอนคริสเตียนยิงได้ ผมก็นั่งอยู่กับเก้าอี้เฉยๆ และไม่ต้องการดีใจอะไรทั้งนั้น” ซาโก้ กล่าว “ผมยังเคารพต่อสโมสรและแฟนๆที่แท้จริงของตัวเองอยู่”

“แต่เมื่อเขาเดินมาหาผม ผมก็ทำในสิ่งที่เป็นปรกติกับเพื่อนทั่วไป ก็คือการเช็คแฮนด์เท่านั้น”

“มันไม่มีอะไรในกอไผ่ทั้งนั้น ก็เป็นแค่การที่เพื่อนสองคนเล่นให้ทีมเดียวกัน พร้อมมีเป้าหมายเก็บ 3 แต้มพาสโมสรอยู่รอดปลอดภัยในพรีเมียร์ลีกเหมือนกัน”

“หากเราแพ้ หรือคริสเตียนยิงไม่ได้ ผมก็คงจะทำแบบเดียวกันนี้แหละถ้าเขาเดินมาหา”

“ผมยังหวังว่าลิเวอร์พูลจะยังสามารถคว้าโควต้าแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อยู่ในบั้นปลายฤดูกาล พร้อมขอให้พวกเขาโชคดีต่อจากนี้ไป”

“กกท.ออกกฎเข้ม” ป้องกันนักชกไทยต่อยต่างแดนทำเสียชื่อเสียง

จากกรณี เอกชัย แสงทับทิม นักชกไทยที่ไปแพ้นักชกญี่ปุ่นชนิดหมดสภาพ ถูกน็อกในยกแรก ทำให้ คณะกรรมาธิการมวยสากลของประเทศญี่ปุ่น (JBC) มีมติแบนนักมวยไทยหลายรายไม่ให้ไปทำการแข่งขันที่ญี่ปุ่น เนื่องจากขาดทักษะในการต่อสู้และสร้างความเสื่อมเสียให้ประเทศชาติ
ล่าสุด นายประเสริฐ ตันมี ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย และ นิคม รัตนวิทย์ เลขาธิการสมาคมมวยอาชีพ ได้มีการหารือกันก่อนได้ข้อสรุปพร้อมออกเตรียมออกมาตรการหลายข้อ

โดยให้นักมวยสัญชาติไทยที่จะต้องเดินทางไปต่อยในต่างประเทศ ต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย และต้องมีใบรับรองจากการกีฬาแห่งประเทศไทย และสมาคมมวยอาชีพนอกจากนี้ยังต้องผ่านการตรวจร่างกายจากศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา และต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรัฐ

ส่วนในรายของ เอกชัย แสงทับทิม นักมวยรายดังกล่าวที่ แพ้น็อก ฮารุอากิ คามิยะ ดาวรุ่งเจ้าถิ่นแค่ยกแรกแบบหมดสภาพ ก่อนถูกเสนอเป็นข่าวนั้น ไม่ได้เป็นกำปั้นที่ลงทะเบียนเป็นนักมวยอาชีพกับทางสมาคม ซึ่งจะต้องเรียกตัวมาสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงกันต่อไป ว่าใครเป็นผู้พาไปชกยังต่างแดน

กองหลังเอเชีย! “อดิศร” ติดโผทีมยอดเยี่ยม ACL 2017 ประจำนัดแรก

“เจ้าเก่ง” อดิศร พรหมรักษ์ แนวรับทีมชาติไทยของเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ติด 11 นักเตะยอดเยี่ยมเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ประจำเกมรอบแบ่งกลุ่มนัดแรก

ควันหลงจากฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรถ้วยใหญ่สุดแห่งทวีปเอเชีย อย่างเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2017 ล่าสุด สหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี ได้คัดเลือกผู้เล่นยอดเยี่ยม 11 ตำแหน่งจากเกมรอบแบ่งกลุ่มนัดแรก

ปรากฏว่าปราการหลังของ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อย่าง อดิศร พรหมรักษ์ ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในนัดที่ทีมบุกไปเสมอบริสเบน รอร์ ได้รับคัดเลือกติดทีมยอดเยี่ยมในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟ

โดยสถิติจากเกมดังกล่าวชี้ว่า “เจ้าเก่ง” ผ่านบอลสำเร็จถึง 79.3% และยังเคลียร์บอลทิ้งได้จากเขตประตูถึง 6 ครั้ง ช่วยให้ทีมไม่เสียประตู ก่อนคว้า 1 แต้มกลับบ้านด้วยสกอร์ 0-0 นั่นเอง

พี่น้องอำกัน! “สารัช-อดิศร” คนนึงเดี้ยง คนนึงเกรียน งานนี้มีฮา!

ไปดูอาการบาดเจ็บล่าสุดของ “เจ้าตัง” สารัช อยู่เย็น ห้องเครื่องเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และทีมชาติไทย ที่ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าขวาหัก จากเกมไทยลีกเมื่อช่วงกลางเดือนที่แล้ว ในนัดที่ต้นสังกัดเปิดบ้านเฉือน สุโขทัย เอฟซี 1-0 จนคาดว่าต้องพักยาวกว่าครึ่งปี

ล่าสุด กองกลางหน้าหล่ออยู่ในช่วงทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูร่างกาย โดยมีพี่น้อง เพื่อนร่วมทีม รวมถึงบุคคลในวงการฟุตบอลไทย เดินทางมาเยี่ยมเยือนทุกวัน

และสำหรับคลิปนี้เป็น “เจ้าเก่ง” อดิศร พรหมรักษ์ แนวรับรุ่นน้อง เพื่อนร่วมทีม “กิเลนผยอง” ที่เข้ามาดูอาการสารัช ซึ่งก็ไม่ลืมหยอกล้อด้วยการเอาเอาเสื้อทีมชาติไทยสีน้ำเงินและเสื้อสโมสรมาให้แข้งรุ่นพี่เซ็นเป็นที่ระลึกแบบขำๆ

โดยฝั่ง สารัช เองก็ไม่ยอมง่ายๆ เลยอำ อดิศร ถึงจังหวะจบเกมเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก นัด เมืองทองฯ เอาชนะ คาชิม่า แอนท์เลอร์ส แชมป์เจลีก ญี่ปุ่น 2-1 ที่ อดิศร ทิ้งตัวลงไปนอนด้วยท่าทางสบายๆ จนคอบอลพากันรุมแซวเต็มโซเชี่ยลนั่นเอง (เริ่มตั้งแต่นาที 2.40)

อุ้มเจ็บถึงหามออก! “เมืองทอง” บุกแบ่งแต้ม “อุลซาน” 0-0 หล่นที่สอง

เริ่มเกมมาเพียง 5 นาที ทีมเยือนได้โอกาสลุ้นก่อน ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้สับไกหน้าเขตโทษ แต่ คิม ยองแด นายทวารเจ้าถิ่นพุ่งปัดเอาไว้ได้   นาทีที่ 15 ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายตัวหลัก ได้รับบาดเจ็บจากการโดนคู่แข่งหวด จนเจ้าตัวทนเล่นต่อไม่ไหว โดนหามออก “โค้ชแบน” จึงส่ง พีรพัฒน์ โน้ตชัยยา ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 30 เจ้าถิ่นเกือบได้ประตู ออร์ซิค ได้จังหวะซัดไกลนอกเขตโทษ แต่กวินทร์ไม่พลาด พุ่งปัดไว้ได้ปลายมือ

นาทีที่ 35 เมืองทองน่าจะขึ้นนำจริงๆ จากจังหวะที่ ศนุกรานต์ หลุดไปทางด้านซ้าย แต่ฝืนยิงเองจนหลุดกรอบอย่างน่าเสียดาย ครึ่งแรกจบด้วยสกอร์ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลัง ทั้งสองทีมมีโอกาสน้อยลงกว่าเดิม เพราะทั้งคู่ต่างดูเชิง และเล่นกันระมัดระวังมากขึ้น นาทีที่ 65 ธีรศิลป์ แดงดา ได้จังหวะหลุดไปในเขตโทษ และตะบันเต็มๆ แต่บอลยังโดนคิม ยองแด เซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 81 เมืองทองมีโอกาสขึ้นนำ เมื่อ ทริสตอง โด เปิดบอลจากด้านขวาเข้ามาในเขตโทษแบบได้เสีย แต่จังหวะสุดท้าย ซิสโก้จับบอลไม่อยู่ เลยพลาดยิงอย่างน่าเสียดาย

สุดท้ายหมดเวลา 90 นาที ไม่มีใครทำอะไรกันได้ จบเกมด้วยสกอร์ 0-0 ทำให้เมืองทองมี 5 แต้ม อยู่ตำแหน่งรองจ่าฝูงของกลุ่ม ตามหลัง คาชิม่า แอนท์เลอร์ส แค่ 1 คะแนนเท่านั้น