ทลายอ่างดังห้วยขวาง พบเด็กต่ำกว่า 18 ลอบค้าประเวณี

เมื่อเวลา 22.00 น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการกองบังคับการสายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ 191 (ผบก.สปพ.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.อาคม จันทราช รองผู้บังคับการอำนวยการ และ รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สน.ห้วยขวาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ห้วยขวาง และ กรมทหารราบที่ 1 กองพันทหารราบที่ 2 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (กกล.รส.ทภ.1) รวมกว่า 50 นาย ร่วมกันนำกำลังเข้าตรวจค้นสถานบริการ ธารทิพย์ เอนเตอร์เทนเมนต์ ซอยประชาอุทิศ 19 ถนนประชาอุทิศ แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. ภายหลังสืบทราบว่าเป็นแหล่งมั่วสุมค้าประเวณี

ที่เกิดเหตุพบหญิงสาวหน้าตาดีกำลังนั่งรอให้บริการจำนวน 32 ราย ประกอบด้วยคนไทย 13 ราย พม่า 16 ราย ลาว 1 คน ชาวพื้นที่สูง 2 ราย หนึ่งในนั้นมีอายุต่ำกว่า 18 ปี 1 ราย คือชาวพม่า เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมของกลางไว้เป็นหลักฐาน  พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนว่าภายในสถานที่ดังกล่าว ลักลอบเปิดให้บริการค้าประเวณีจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบจนกระทั่งสามารถจับกุมตัวหญิงสาวได้ทั้งหมด ทั้งนี้พบว่าสถานที่ดังกล่าวเปิดลักลอบค้าประเวณีจริง รวมทั้งใบอนุญาตหมดอายุ โดยมีการนำชาวต่างด้าวเข้ามาค้าประเวณีโดยผิดกฎหมาย และนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มาขายบริการทางเพศซึ่งเข้าข่ายการค้ามนุษย์

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่าจะต้องทำการตรวจสอบสถานบริการแห่งนี้ หากพบว่าใบอนุญาตหมดอายุก็จะดำเนินคดี ซึ่งจะไม่สามารถประกอบกิจการได้อีก แต่ระหว่างนี้ยังสามารถเปิดบริการได้ตามปกติ เนื่องจากอยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสาร  เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ไม่มีใบอนุญาตประกอบสถานบริการ , เจ้าของกิจการค้าประเวณี , เป็นนายจ้างจัดหาบุคคลต่างด้าวโดยไม่ได้รับอนุญาต และค้ามนุษย์ กับเจ้าของกิจการ ส่วนหญิงสาวค้าประเวณีและพนักงาน แจ้งข้อหาค้าประเวณี มั่วสุมในสถานค้าประเวณีให้ต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และธุระจัดหา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนพร้อมทั้งติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมพบเด็กสาวจำนวนหนึ่งวิ่งหนีเข้าไปแอบในห้องบริเวณชั้น 2 ห้อง2/3 ซึ่งทราบกันดีว่าเป็นห้องหลบเจ้าหน้าที่ตำรวจหากทราบว่ามีการเข้าตรวจค้น ทั้งนี้มี น.ส.ก้อย รับเป็นผู้ดูแล โดยจากการตรวจสอบเจ้าของที่แท้จริงคือเฮียเคี้ยง ซึ่งได้เสียชีวิตด้วยโรคชราเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งหลังจากเฮียเคี้ยงเสียชีวิตกิจการได้ตกเป็นของแม่ใหญ่ ซึ่งเป็นภรรยาของผู้เสียชีวิต หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะออกหมายเรียกเพื่อมาสอบสวนเพิ่มเติม หากไม่มาจะทำการออกหมายจับต่อไป

ยกย่องคุณพ่อใจแกร่ง เก็บเงินคืน 9,000 ทั้งที่ตัวลำบาก-ลูกป่วยสาหัส

ชื่นชมพนักงาน “แกรนด์สปอร์ต” ทำดี สำนึกดี เก็บกระเป๋าสตางค์ได้ในรถแท็กซี่ มีเงิน 9,000 บาท ส่งคืนเจ้าของ ทั้งที่ตัวเองมีเงินติดตัวเพียง 300 บาท และกำลังจะไปยืมเงินคนที่รู้จักเพื่อกลับบ้านที่ จ.เลย ไปรักษาลูกชายวัย 3 ขวบที่ประสบอุบัติเหตุตกหลุมเผาถ่าน ไฟไหม้เกือบทั้งตัว เพื่อร่วมงานแห่ชื่นชม และมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่งให้ไปรักษาลูกชาย

จากเฟซบุ๊คคุณ Lovebam Sattayapong ได้เผยแพร่ภาพและข้อความว่า ขอชื่นชมการทำดีของ นายดนุพล สุธรรมมา หรือ อาร์ท พนักงานแผนกพิมพ์ บริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด ที่เก็บกระเป๋าสตางค์ของ นางมาลี ม่วงทิม ซึ่งทำหล่นหายบนรถแท็กซี่ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในกระเป๋าสตางค์มีเงิน 9,000 บาท แต่ นายดนุพล ไม่คิดอยากได้เป็นของตัวเอง ทั้งที่ตัวเองกำลังเดือนร้อนอย่างมาก นายดนุพล พยามติดต่อตามหาเจ้าของจนเจอ และคืนกระเป๋าสตางค์พร้อมเงินทุกบาททุกสตางค์ให้เจ้าของเรียบร้อย

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมไปยังบริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด และได้สอบถาม นายดนุพล ได้ความว่า เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เวลา 12.10 น. นายดนุพล เรียกแท็กซี่จากที่พักเพื่อไปทำธุระย่านบางบัวทอง ขณะกำลังจะก้าวขึ้นรถทางด้านเบาะหลัง ก็เห็นกระเป๋าสตางค์ตกอยู่ จึงตัดสินใจไม่ขึ้นรถแท็กซี่คันนั้น พร้อมกับหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา เพื่อที่จะรีบตามหาเจ้าของโดยเร็วที่สุด

นายดนุพล ได้เปิดกระเป๋าสตางค์ดังกล่าวออกมาดูบัตรประชาชน พบว่าเป็นของ นางมาลี ม่วงทิม และในกระเป๋านั้นมีเงินสดอยู่ 9,000 บาท จึงได้โทรศัพท์ปรึกษาหัวหน้างาน ในบริษัท แกรนด์สปอร์ต ว่าจะทำอย่างไรดี หัวหน้างานก็บอกว่าให้เข้ามาที่ออฟฟิศก่อน และโทรไปแจ้ง จส.100 ให้ช่วยประกาศตามหาเจ้าของกระเป๋าสตางค์ ในที่สุดก็ตามหาตัวกันจนเจอ และมีการนัดส่งมอบคืนกันเรียบร้อย

เจ้ามือหวยโดนจับคาโพย ฝากสื่อบอกลูกค้า งวดนี้โมฆะ

ตำรวจบุกจับเจ้ามือหวยใต้ดินสัตหีบ หนีไม่พ้น-โพยยังคามือ ฝากสื่อประกาศไปยังลูกค้า งวดนี้ถือเป็นโมฆะทั้งหมด

(16 ก.พ.) นายนรเสฏฐ์ ศรีตะพัสโส นายอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.โสฬส เอี่ยมสอาด ผกก.สภ.นาจอมเทียน สนธิกำลังจับกุมตัว น.ส.ชุลีพร ศรศรี หรือฉายา “เจ๊ทิพย์ หนองจับเต่า” อายุ 51 ปี ภายในบ้านเลขที่ 6/9 ม.7 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังเป็นเจ้ามือรับแทงพนันหวยใต้ดิน พร้อมของกลางโพยหวยมูลค่านับแสนบาท และเงินสดจำนวนหนึ่ง

น.ส.ชุลีพร รับสารภาพว่า เป็นเจ้ามือรับแทงหวยใต้ดินมานานกว่า3 ปี เคยถูกจับเพียงครั้งเดียว ทุกวันหวยออกจะมีลูกค้าจดโพยนำมาส่งให้ที่บ้านและระบบทางไลน์ รวมทั้งทางโทรศัพท์ จากนั้นตนจะรวบรวมโพยหวยทั้งหมด ถ่ายรูปส่งผ่านไลน์ให้กับ เจ๊เตี้ย เจ้ามือหวยรายใหญ่ในตัวจังหวัดจันทบุรี

ทั้งนี้ตนจะได้ค่าตอบแทนคิดเป็นร้อยละ 30 บาท ตกงวดละประมาณ 6-7 หมื่นบาท แต่ครั้งนี้มาถูกจับจึงอยากประกาศไปยังลูกค้าให้ทราบโดยทั่วกันว่า ขณะนี้ตนถูกจับแล้ว โพยหวยทั้งหมดถือเป็นโมฆะ ตนจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น เพราะจะต้องรับชดใช้จนเป็นหนี้ท่วมหัวแน่นอน จึงฝากสื่อช่วยประชาสัมพันธ์ด้วย

นายนรเสฏฐ์ เปิดเผยว่าการเข้าจับกุมในครั้งนี้ เนื่องจากมีประชาชนเข้ามาร้องเรียนจำนวนมาก ถึงพฤติกรรมของผู้ต้องหา ที่เปิดรับแทงหวยใต้ดินในช่วงวันออกสลากกินแบ่งรัฐบาล จึงนำกำลังเข้าจับกุมขณะกำลังนั่งจดโพยหวยอยู่ใต้ถุนบ้าน ซึ่งเป็นที่เปิดโล่ง มองเห็นจากภายนอกอย่างชัดเจน

เบื้องต้นได้นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาจอมเทียน ดำเนินคดีในข้อหาเป็นเจ้ามือสลากกินรวบ (หวยใต้ดิน) รับกิน รับใช้ พนันเอาทรัพย์สิน โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

ตร.คาดไม่เกิน 1 สัปดาห์ออกหมายจับเอี่ยวบ่อนหรูเหม่งจ๋าย

ตำรวจคาดไม่เกิน 1 สัปดาห์จะออกหมายจับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องบ่อนหรูย่านเหม่งจ๋ายได้

พล.ต.ต.ชยุต ธนธวีรัตน์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลในฐานนะหัวหน้าพนักงานสอบสวน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะพนักงานสอบสวน คดีบ่อนการพนัน นัมเบอร์วัน ในพื้นที่ตำรวจนครบาลวังทองหลาง ว่า การประชุมวันนี้เพื่อกำหนดประเด็นและแนวทางการสอบสวนไว้ 2-3 ประเด็น หลังตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าไพ่ในบ่อนเป็นไพ่ที่ไม่ได้เสียภาษีสรรพากรอย่างถูกต้อง และมีการต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยหลังจากนี้จะเรียกผู้ดูแลมารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าเจ้าของบ่อนเป็นนักธุรกิจเจ้าของสนามไดร์ฟกอล์ฟ ย่านเหม่งจ๋าย โดยรายละเอียดส่วนนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน หากพบมีความเกี่ยวข้องก็จะเรียกตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม ขอเวลาตำรวจทำงานประมาณ 1 สัปดาห์ คาดน่าจะออกหมายจับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้.-สำนักข่าวไทย

ฟันธงตรงจุด! “ซีแมน” ชี้ชัดสิ่งที่ “เด เคอา” อ่อนกว่า “กูร์กตัวส์”

เดวิด ซีแมน อดีตนายทวารระดับตำนานของ อาร์เซนอล ออกมาแสดงความเห็นว่า ทั้ง ธิโบต์ กูร์ตัวส์ และ ดาบิด เดเคอา เป็นแข้งระดับสุดยอดของลีกแล้ว แต่ก็ยกให้คนของ เชลซี นั้นเก่งกว่านิดหน่อย  โดยสิ่งที่ ซีแมน พูดนั้นไม่ได้หมายความว่า นายทวารปีศาจแดงเองก็ไม่ได้มีจุดแย่ให้วิจารณ์เลย แต่ก็ถือเป็นข้อมูลที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

“ผมคิดว่า กูร์กตัวส์ เก่งกว่า เด เคอา ในเรื่องการออกคำสั่งในกรอบเขตโทษ” ซีแมน กล่าว

“แต่ถึงกระนั้น เด เคอา ก็ยังเป็นโกลระดับคุณภาพคับแก้วอยู่ดี เขาแสดงให้เห็นถึงสปิริตอันยิ่งใหญ่มาตลอด เพราะตัวเองนั้นอยู่กับทีมมาตั้งแต่ยังดีจนตกมาอยู่ในระดับที่เรียกว่าแย่ได้เต็มปาก”

“โดยส่วนตัว เส้นทางของเขาก็ไม่ได้ง่าย เพราะกว่าจะกลายมาเป็นตัวท็อปของลีกต้องพิสูจน์แล้วพิสูจน์อีก จนจิตใจของเขาแข็งแกร่งมากเลยทีเดียว”

สื่อเวียดนามตีข่าว : “ทริสตอง โด ไม่ได้เห็นเราเป็นบ้านเก่าเลย”

“ทริสตอง โด” หนึ่งในกองหลังที่ได้รับความสนใจอย่างมากคนหนึ่งในไทย และมีปู่เป็นชาวเวียดนาม แต่กองหลัง 24 ปีรายนี้ กลับไม่คิดว่าเวียดนามคือบ้านเก่าของเขาเลย บรรพบุรุษของ ทริสตอง โด เป็นชาวเวียดนาม แต่อพยพไปประเทศไทย จนพ่อของเขาเกิดที่นั่น จากนั้นพ่อของเขาก็เดินทางไปศึกษาต่อที่ปารีส จนพบกับแม่ของเขา และตัวเขาได้กำเนิดที่นั่น ด้วยเหตุนั้นจึงทำให้เขาคิดว่าเขาเป็นคนไทย ทั้งที่จริงตัวเขามีเลือดเวียดนามอยู่ด้วย

โด มีพรสวรรค์ตั้งแต่วัยเด็ก เขาฉายแววนักฟุตบอลตั้งแต่อายุน้อยๆ นักเตะที่มี 3 สายเลือด ไทย, เวียดนาม และ ฝรั่งเศส ได้เข้าฝึกซ้อมกับศูนย์ฝึกที่มีชื่อเสียงในฝรั่งเศส CLB Strasbourg จากนั้นย้ายไปเล่นอาชีพตั้งแต่ปี 2011 กับสโมสรลอริยองต์ (Lorient) ก่อนจะถูกยืมตัวไปเล่นให้สโมสร SAS Épinal ในฤดูกาลถัดมา  ทริสตอง โด สามารถเล่นให้ได้ทั้ง ฝรั่งเศส, ไทย และ เวียดนาม แต่เขาเลือกที่จะเล่นให้กับ ไทย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพ่อ แน่นอนว่าโค้ชเกียรติศักดิ์ได้มีการพูดคุยและเกลี้ยกล่อมเขาได้สำเร็จ

ประเทศไทยสร้างกลยุทธ์ที่ชัดเจนมาก โดยเฉพาะการพัฒนาระบบการฝึกซ้อมในระดับเยาวชน และลีกในประเทศ การทำให้ลีกในประเทศมีคุณภาพ สามารถสร้างแรงดึงดูดจากผู้ชมได้ดี ก่อนทริสตอง โด ก็มี ชาริล ชัปปุยส์ ที่ซึ่งเติบโตใน สวิตเซอร์แลนด์ และเป็นนักเตะอีกคนที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งของไทย  ทริสตอง โด กลับมาเมืองไทยในปี 2014 และเขาได้มาเป็นนักเตะตัวหลักของสโมสร บีอีซี เทโรศาสน ในการแข่งขันไทย พรีเมียร์ลีก จากนั้นเขาก็ได้รับโอกาสในการเล่นให้กับทีมชาติไทย ในการแข่งขันโอลิมปิก รอบคัดเลือก

ทริสตอง โด ลงเล่นให้กับทีมชาติไทย U23 เขาทำได้ดีและเป็นนักเตะสำคัญในการคว้าเหรียญทองซีเกมส์ 2015 กองหลัง 3 สายเลือดคนนี้ ถูกเรียกติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรก วันที่ 9 พฤษภาคม 2015 ในการแข่งขันกระชับมิตรกับทีมชาติอัฟกานิสถาน และเมื่อเร็วๆนี้ เขาก็ขึ้นรับถ้วยแชมป์ AFF SUZUKI CUP 2016 ร่วมกับทีมชาติไทย

ทริสตอง โด เป็นที่รู้กันในหมู่แฟนบอลเวียดนามว่า เพราะปู่เขาอพยพมาไทย ทำให้นักเตะวัย 24 คนนี้ ไม่ได้สนใจเรื่องบ้านเกิดเก่าของปู่เขาทริสตอง โด เคยบอกเป้าหมายของตัวเองว่า “ผมเคยได้รับข้อเสนอจากเวียดนาม เพื่อโน้มน้าวให้ผมเล่นให้กับทีมชาติเวียดนาม แต่ผมปฏิเสธ มีแค่ ฝรั่งเศส และ ไทย เป็นตัวเลือกของผม พ่อของผมเกิดและเติบโตในประเทศไทย และพ่อไม่เคยไปเวียดนาม ขณะนี้เราไม่มีญาติอยู่ที่เวียดนามเลย ตั้งแต่ที่ครอบครัวเราอพยพมาประเทศไทย แม้ปู่ของผมจะเป็นชาวเวียดนาม แต่เขาก็ออกมาจากเวียดนามตั้งแต่เด็กๆ ดังนั้นพ่อของผมจึงเป็นคนไทย 100%”  พ่อของ ทริสตอง โด ยังได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ถึงการปฏิเสธที่จะเล่นให้กับเวียดนามของ ทริสตอง โด ว่า “พวกเขา(เวียดนาม) ติดต่อมาตั้งแต่เขา(ทริสตอง โด) อายุ 16 ปี ซึ่งตอนนั้นเราได้ปฏิเสธไป เพราะเขายังเด็กมาก”

พระสงฆ์นั่งทางใน เห็นภาพแฟนถูกทำร้าย-ขืนใจ วอนตำรวจช่วย

พระสงฆ์รูปหนึ่งวอนตำรวจช่วยเหลือแฟนสาว เหตุถูกชายซึ่งรู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊กกักขังหน่วงเหนี่ยว พร้อมทำร้ายร่ายกายและบังคับให้เสพยาเสพติดจนมีอาการปางตาย ชาวบ้านในจังหวัดฉะเชิงเทราได้แจ้งกับผู้สื่อข่าว หลังพบกับพระสงฆ์รูปหนึ่ง อายุราวๆ 30 ปี พักค้างแรมอยู่บริเวณโรงไฟฟ้าบางปะกง โดยระบุว่าท่านเดินทางมาจากจังหวัดอุดรธานี ต้องการมีช่วยเหลือชีวิตแฟนสาวที่คบหากันตั้งแต่ก่อนจะบวช เพราะตอนนี้กำลังเดือดร้อน เพราะมีชายคนหนุ่มเป็นคนในกลุ่มค้ายาเสพติดที่รู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊กบุกจับตัวไปขัง กระทำชำเรา และทำร้ายร่างกาย

พระสงฆ์รูปนี้ระบุว่า ตอนนี้รู้สึกเป็นห่วงฝ่ายหญิงเป็นอย่างมาก พระสงฆ์รูปนี้จึงอยากขอให้ตำรวจและทีมแพทย์ตามท่านไปนำตัวฝ่ายหญิงออกมา เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร พระสงฆ์ตอบว่าเห็นทางดวงจิต เพราะนั่งสมาธิทางใน ก่อนจะเห็นภาพแฟนสาวกำลังถูกทำร้ายและถูกกักขังไว้ หากไม่รีบไปช่วยอาจจะเกิดเป็นเหตุฆาตกรรมอำพรางได้

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะกง ได้อำนวยความสะดวกพาพระสงฆ์ไปส่งขึ้นรถไปยังจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อไปส่งปลายทางที่ท่านเชื่อว่าแฟนสาวถูกกักขังเอาไว้อยู่ตามที่เห็นในดวงจิต พร้อมแนะนำให้แจ้งขอความช่วยเหลือจากตำรวจท้องที่อีกครั้ง หากท่านยังคงเชื่อว่าหญิงคนดังกล่าวถูกทำร้ายกักขังหน่วงเหนี่ยวจริง

6 วัยรุ่นรุมกระทืบ 2พนักงานบริษัทมอบตัวแล้ว อ้างเมาและถูกตะโกนด่า

เมื่อเวลา 11.00 น.ที่สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกลมล ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้จับกุมตัวนายจักรพันธ์ อายุ 27 ปี (คนขับรถจยย.) นายจิรายุ อายุ 28 ปี (คนซ้อนและลงไปซื้อเบียร์) นายพิสิษฐ์ อายุ 26 ปี (คนเตะขณะผู้เสียหายนั่งอยู่หน้าร้านมินิมาร์ท) นายสิรินทร์ อายุ 25 ปี นายทศพร อายุ 31 ปี และนายสุทธิเกียรติ อายุ 22 ปี (คนเตะเสยหน้ากลางถนน) พร้อมของกลางเสื้อผ้าชุดที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ รถยนต์กระบะยี่ห้ออิซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ สีบรอนซ์เงิน ซึ่งเป็นรถที่ขับไปก่อเหตุ และรถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ สีแดง-ขาว ทะเบียน ษมย220 กทม. หลังร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายแก่กาย ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดเดินทางมามอบตัว หลังมีภาพวงจรปิดปรากฏเป็นข่าว

สืบเนื่องจากเมื่อ เวลา 02.14 น.กลุ่มคนร้ายก่อเหตุรุมทำร้ายนายสุเทพ อายุ 32 ปี พนักงานเขียนแบบบริษัทเอกชน และนายวิรัช อายุ 31 ปี เจ้าหน้าที่บริษัทกฎหมายแห่งหนึ่ง ที่บริเวณหน้าร้านมินิมาร์ท ซอยรัตนาธิเบศร์24 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี จนได้รับบาดเจ็บ โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้

จากการสอบถามนายจักรพันธ์ ผู้ก่อเหตุ (คนขับรถจยย.) ให้การว่าในคืนเกิดเหตุตนขับรถจยย.ไปซื้อเบียร์กับเพื่อน ส่วนตนนั่งรอที่รถจยย. ขณะนั้นเพื่อนตะโกนถามว่าจะซื้อเบียร์กี่ขวด ตนจึงตะโกนตอบไปว่า 3 ขวด จากนั้นตนได้ยินเสียงผู้บาดเจ็บตะโกนมาว่า “เสียดังรำคาญ” ตนจึงรู้สึกไม่พอใจแล้วเบิ้ลรถจยย 2 ครั้งก่อนขับออกไป เมื่อไปถึงวงเหล้าที่เพื่อนๆนั่งอยู่ ก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้กลุ่มเพื่อนฟัง ทุกคนจึงไม่พอใจและรวมตัวกันขับรถมายังที่เกิดเหตุ จนเกิดเรื่องตามคลิปที่เห็น หลังเกิดเหตุตนเห็นภาพข่าวและกล้องวงจรปิด จึงติดต่อขอเข้ามอบตัว ตนและเพื่อนๆต้องขอโทษผู้เสียหายด้วย ที่ทำไปเพราะมึนเมา