แพ็คกระเป๋าเลยน้อง! “น้ามู” ยันไม่ส่ง “เดปาย-ชไนเดอร์ลิน” ลงสนามอีกแล้ว

กุนซือปีศาจแดงพร้อมเปิดทางให้ มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน และ เมมฟิส เดปาย ย้ายทีม ถ้าได้รับข้อเสนอที่เหมาะสม พร้อมเผยอาจไม่ส่งทั้งคู่ลงสนามแล้ว  โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันว่าพร้อมปล่อยตัว มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน และ เมมฟิส เดปาย สองมิดฟิลด์ตัวสำรองออกจากทีมหากได้รับข้อเสนอที่เหมาะสม

ห้องเครื่องชาวฝรั่งเศสตกเป็นข่าวว่ากำลังได้รับความสนใจจาก เอฟเวอร์ตัน ขณะที่มิดฟิลด์ชาวดัตช์มีข่าวเชื่อมโยงกับทั้งทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินและ เฟเนร์บาห์เช่ ของตุรกี ซึ่งกุนซือชาวโปรตุเกสยืนยันว่าทั้งสองคนจะไม่ถูกส่งลงสนามแล้วระหว่างที่กำลังรอข้อเสนอที่เหมาะสม

“สถานการณ์ของพวกเขาทั้งคู่เหมือนกัน ผมจะปล่อยตัวพวกเขาออกจากทีมถ้าเราได้ข้อเสนอที่เหมาะสม แต่ถึงตอนนี้ยังไม่ใช่” มูรินโญ่ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

“ผมไม่คิดว่าตอนนี้ทั้งสองคนเป็นตัวเลือก ปกติพวกเขาจะถูกเลือกสำหรับเกมสุดสัปดาห์นี้แต่คงไม่แล้ว เพราะเรากำลังรอบางอย่างที่เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนมันเหมือนจะ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ถึงตอนนี้ก็ยัง”

เปิดใจ แม่น้องกัน นิสิตแพทย์ เผยนาทีส่งลูกขึ้นรถตู้มรณะ

จากกรณีเหตุการณ์รถตู้โดยสาร สายจันทบุรี-กทม. ข้ามเลนพุ่งชนประสานงารถปิกอัพไฟลุก ไฟไหม้คนบนรถทั้งสองคัน 25 ชีวิต บาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดบนถนนสาย 344 ม.1 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ฝั่งขาเข้าระยอง

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เจ้าหน้าได้เคลื่อนย้ายศพแรก คือ นายกันตินันท์ ไทยตรง อายุ 23 ปี พนักงานธนาคารเกียรตินาคิน เพื่อให้ญาติผู้เสียชีวิตโดยนำไปประกอบพิธีของศาสนาคริสต์ที่โบสถ์คาทอลิกคท่าแฉลบ ต.บางกะจะ อ.เมือง จ.จันทบุรี

ส่วน 1 ในผู้โดยสารมากับรถตู้และเสียชีวิตคือ นายพรหมพต กอศิริวลานนท์ หรือ กัน ซึ่งเป็นนิสิตคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2 ขณะนี้นางสาวศศินันท์ สิทธิบุศย์ และนางสาวปาเจรา กอศิริวลานนท์ แม่และพี่สาวของน้องกัน ได้เดินทางมายื่นเรื่องตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลและขอรับศพ

โดย นางสาวศศินันท์ เปิดเผยว่า ยังไม่สามารถทำใจได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะน้องกันเป็นลูกชายคนเดียวอยู่ด้วยกันมาตลอด และวันเกิดเหตุ ก่อนออกเดินทางได้มาส่งน้องกันที่ท่ารถตู้ ด้วยและบอกกับลูกว่า อย่าเพิ่งกลับ ให้อยู่เป็นเพื่อนก่อน แต่น้องกันอยากกลับมหาวิทยาลัยไปอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบ จึงพาน้องกันไปส่งที่คิวรถตู้ในจันทบุรี ช่วงเวลา 11 โมง พร้อมกับกอดและหอมแก้ม แต่ไม่คิดว่าอ้อมกอดนั้นจะเป็นอ้อมกอดสุดท้ายที่ได้กอดลูก ยอมรับว่าทุกครั้งที่น้องกันนั่งรถตู้ ตนไม่เคยมีความสุข ไม่อยากให้นั่งรถตู้

ขณะเดียวกันเพื่อน 16 คน ของน้องกันได้เดินทางมาที่สถาบันนิติเวชเช่นกัน โดยนางสาวศุภรดา ประคองสาย หนึ่งในเพื่อนของน้องกันเปิดเผยว่า อุปนิสัยของ กัน เป็นคนตลกเฮฮา เป็นที่รักของเพื่อนในคณะ ก่อนหน้านี้กันได้กลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัวที่จังหวัดจันทบุรี แต่คณะแพทยศาสตร์มีทั้งการเรียนและการสอบ น้องกันจึงเดินทางกลับมาเตรียมตัวสอบในสัปดาห์นี้

หลังทราบข่าวรถตู้จันทบุรีที่กำลังมากรุงเทพมหานครเกิดอุบัติเหตุ จึงเกิดความสงสัยและเป็นห่วง ซึ่งเพื่อนๆ พยายามช่วยกันติดต่อ แต่ไม่สามารถติดต่อกันได้ จนกระทั่งทราบว่าญาติของน้องกันเดินทางไปดูศพ ทำให้รู้ว่าน้องกันเสียชีวิตแล้ว   ทั้งนี้ ขอฝากถึงผู้ประกอบการรถตู้ให้กำชับผู้ขับขี่และวางมาตรการควบคุมดูแลจำกัดความเร็ว เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ไม่อยากให้มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก

โพสต์สุดท้ายเหยื่อรถตู้ 25 ศพ ชาวเน็ตรวมใจโพสต์ไว้อาลัย

ชาวเน็ตร่วมไว้อาลัยถึงเหยื่อเหตุรถตู้ชนปิกอัพ 25 ศพ ในโพสต์สุดท้ายของเหยื่อสาวก่อนขึ้นรถตู้ สะเทือนใจหนุ่มว่าทีนิสิตแพทย์ จบชีวิตลงทั้งที่อนาคตกำลังสดใส

หลังจากอุบัติเหตุน่าเศร้าใจรับวันปีใหม่ รถตู้โดยสารพุ่งชนประสานงากับรถปิกอัพ ในพื้นที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 25 ศพ แบ่งเป็นเหยื่อจากรถตู้โดยสาร 14 ราย และจากรถปิกอัพ 11 ราย โดยที่มีผู้รอดชีวิตเพียง 2 คนจากเหตุดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ยังคงเก็บหลักฐานและพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลแก่เหยื่อผู้เสียชีวิต เนื่องจากเหตุดังกล่าวร่างผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ถูกไฟคลอกและไม่สามารถแยกได้ว่าใครเป็นใคร ซึ่งจะต้องใช้เวลาตรวจพิสูจน์ก่อน พร้อมกับได้ประสานงานแจ้งให้ญาติผู้เสียชีวิตทราบแล้ว ส่วนเหยื่อบางรายที่ยังไม่มีข้อมูลนั้น ได้เร่งหาข้อมูลยืนยันแล้ว

เหตุการณ์ดังกล่าวยังได้สามารถความสะเทือนใจแก่โลกออนไลน์ แม้ว่าตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ในโซเชียลมีเดียจะมีการแชร์ข่าวหรือภาพและคลิปจากเหตุการณ์ที่น่าหดหู่ แต่หนึ่งในนั้นก็คือความสูญเสียที่มีเหยื่อผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ล่าสุดพบว่าโลกออนไลน์ได้โพสต์ไว้อาลัยถึงเหยื่อบางรายอย่างน่าเศร้า

โดยเฉพาะเหยื่อสาวรายหนึ่งที่เป็นหนึ่งในผู้โดยสารบนรถตู้ เธอได้โพสต์ข้อความสุดท้ายเอาไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ก่อนจะขึ้นโดยสารรถตู้และประสบเหตุอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา หญิงสาวคนดังกล่าวคือ น้องเจเจ นางสาวหทัยทิพย์ รอดภัย เป็นผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว

นางสาวหทัยทิพย์ โพสต์ข้อความเอาไว้ว่า “รู้สึกใจหาย ไม่อยากกลับกรุงเทพฯ อยากอยู่บ้าน แค่มานั่งรอรถตู้ จะร้องไห้ คิดถึงพ่อแม่ อยู่ที่ไหนไม่อบอุ่นเท่าที่บ้านแล้ว” ข้อความดังกล่าวถูกแชร์ต่อและมีเพื่อนๆ ของเธอเข้าไปโพสต์ไว้อาลัยถึงเป็นจำนวนมาก หลังทราบข่าวว่าเธอเป็นเหยื่อในอุบัติเหตุดังกล่าว และยังมีผู้คนอีกจำนวนหนึ่งก็ร่วมไว้อาลัยให้เช่นเดียวกัน

ขณะที่เหยื่อบนรถตู้โดยสารอีกคนที่โลกออนไลน์ต่างไว้อาลัยให้ เป็นหนุ่มว่าทีนิสิตแพทย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทราบชื่อคือ น้องกันต์ นายพรหมพต กษิศริวลานนท์ ที่เดินทางกลับบ้านในช่วงวันปีใหม่ กำลังมีอนาคตที่สดใส หลังสอบติดคณะแพทย์ได้ เขาเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีรุ่นพี่รุ่นน้องจำนวนไม่น้อยต่างไว้อาลัยถึงเขา และไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก

“ต่างดาว” จ๋อย! “บิลเบา” 9 คนเปิดรังทุบ “บาร์ซ่า” 2-1 ลุ้นต่อเลกสอง

เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ฟอร์มสะดุด บุกพ่าย แอธเลติก บิลเบา ที่เหลือผู้เล่นแค่ 9 คน ไป 1-2 ต้องไปลุ้นกันต่อนัด 2 ที่คัมป์ นู ในศึกโกปา เดลเรย์ รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา

เปิดฉากครึ่งแรกมา นาที 25 บิลเบา เจ้าบ้านมาได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ ราอูล การ์เซีย เปิดบอลจากทางฝั่งขวาเข้าเขตโทษ บอลลึกมาเสาไกล อาริตซ์ อาดูริซ โขกโล่งๆตุงตาข่าย อีก 3 นาทีต่อมา บิลเบา ทำเซอร์ไพรส์ มาได้ประตูหนีเป็น 2-0 จากจังหวะเปิดบอลขึ้นมาทางขวาที่ อาริตซ์ อาดูริซ ได้จ่ายดีดด้วยข้างเท้าเข้าเขตโทษให้ อินากี้ วิลเลี่ยมส์ ได้วอลเลย์ตามน้ำแบบไม่จับ บอลพุ่งเสียบตาข่ายสุดสวย จบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ลงมาต่อครึ่งหลัง นาที 52 บาร์ซ่า มาได้ประตูตีไข่แตกไล่มา 1-2 จากฟรีคิกหน้าเขตโทษเยื้องทางฝั่งซ้าย ลิโอเนล เมสซี่ บรรจงกดด้วยซ้าย กอร์ฆา อิไรซอซ ปัดด้วยปลายมือแต่ไม่พ้นบอลเด้งไปชนคานเข้าประตูไป

หลังจากนั้น บิลเบา ต้องเหลือ 9 คนหลังมาได้ 2 ใบแดงรวดในนาที 74 และ 80 แต่สุดท้าย บิลเบา ยังรักษาสกอร์นำไว้ได้ จบเกม บิลเบา เปิดบ้านชนะ บาร์ซ่า ไปก่อนในยกแรก 2-1 ต้องไปลุ้นนัด 2 ที่คัมป์ นู ในวันที่ 11 มกราคม นี้

โดนกันถ้วนหน้า! “เอเอฟซี” ปรับอิเหนา 2.4 ล้าน-แบน “เลสตาลูฮู” 3 เกม, โค้ชเมียนมาโดนด้วย

รองแชมป์อาเซียน 2016 โดนโทษหนัก หลังโดนสั่งปรับเงินกว่า 2.4 ล้าน จากการจุดพลุสองครั้ง ขณะที่แนวรับของทีมโดนแบนสามเกมและโค้ชของเมียนมา โดนไป 2 เกม คณะกรรมการวินัยสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย แจ้งบทลงโทษทั้งหมดที่เกิดขึ้นในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2016 โดยสมาคมฟุตบอลอินโดนีเซีย โดนหนักสุด จากการจุดพลุแฟลร์สองครั้ง รวมค่าปรับ 65,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 2.4 ล้านบาท

แฟนบอลอินโดนีเซีย จุดพลุแฟลร์ขึ้นสองครั้งในเกมรอบรองชนะเลิศ ที่โบกอร์ ที่ชนะเวียดนาม 2-1 เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม โดยครั้งแรกโดนปรับ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ และจุดขึ้นอีกเป็นครั้งในเกมนัดชิงชนะเลิศนัดแรกที่ชนะไทย 2-1 ในวันที่ 14 ธันวาคม โดนอีก 45,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยสมาคมฟุตบอลอินโดนีเซีย จะต้องจ่ายค่าปรับภายใน 30 วันหลังจากที่บทลงโทษออกมา และหากมีการกระทำผิดซ้ำเดิมอีกครั้ง ทางสมาคมฯ จะถูกลงโทษหนักกว่าเดิม

ขณะเดียวกัน อับดุล เลสตาลูฮู กองหลังของอินโดนีเซีย ก็โดนลงโทษเช่นกัน จากการโดนใบแดงในนัดชิงชนะเลิศ นัดที่สอง ที่แพ้ไทย 0-2 หลังไปเตะบอลใส่ผู้เล่นสำรอง โดยจะโดนแบนจากการแข่งขันฟุตบอลที่จัดขึ้นโดยเอเอฟซี ทั้งหมด 3 นัด พร้อมปรับเงินอีก 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 35,000 บาท

เช่นเดียวกับ แกร์ด ซีเซ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติเมียนมา ที่โดนแบนสองนัดจากการไปโวยวายและใช้คำพูดที่ไม่สุภาพกับผู้ตัดสินที่สี่ ในเกมรอบรองชนะเลิศนัดที่สองที่บุกมาแพ้ไทย 0-4 จนโดนเชิญขึ้นไปนั่งบนอัฒจันทร์ จะโดนแบนทั้งหมดสองนัด และปรับเงินอีก 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 35,000 บาท

ส่วน เจิ่น เหงียน มันห์ ผู้รักษาประตูทีมชาติเวียดนามก็โดนแบนสามนัดจากการไปเล่นนอกเกมใส่ บายู ปราดานา ในเกมรอบรองชนะเลิศนัดที่สองที่อินโดนีเซีย บุกมาเสมอ เวียดนาม 2-2 ในวันที่ 7 ธันวาคม พร้อมกับโดนปรับเงินอีก 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 35,000 บาท  โดยก่อนหน้านี้ทาง สหพันธ์ฟุตบอลเวียดนาม ก็โดนปรับเงินจากการขว้างหินใส่รถบัส จำนวน 38,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 1.4 ล้านบาท เช่นเดียวกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่โดนปรับเงิน 30,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 1 ล้านบาท จากการจุดพลุแฟลร์ภายในสนามแข่งขัน

ระทึก! หนุ่มเครียดจัด ถือปืน 2 กระบอก จ่อขมับตัวเองนาน 2 ชั่วโมง

กองปราบแถลงจับขับรถแท็กซี่ตระเวนลักทรัพย์ ผู้ใช้รถที่จอดหลับริมถนนใน กทม. เข้าค้นบ้านพักพบของกลางจำนวนมาก พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง รักษาการแทนผู้บังคับการปราบปราม แถลงจับกุม นายธวัช ธงชัย อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตลิ่งชัน  ในข้อหา “ลักทรัพย์ผู้อื่น โดยจับกุมได้ บริเวณริมถนนข้าวสนามกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร

พล.ต.ต.สุทิน กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนว่ามีคนร้าย ทำทีเข้ามาให้การช่วยเหลือผู้ใช้รถที่จอดหลับพักอยู่บริเวณถนนราชพฤกษ์ ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนสิรินธร และมอเตอร์เวย์ และเมื่อผู้เสียหายเผลอก็จะลักทรัพย์และหลบหนีไป ชุดสืบสวนทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุ คือ นายธวัช ธงชัย จึงได้ทำขยายผลติดตามจับกุมโดยให้ นายธวัช มาพบภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยขับรถแท็กซี่ ที่ใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุ มาจอดอยู่บริเวณริมถนนข้างสนามกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวจับกุม ก่อนนำกำลังไปค้นที่บ้านพัก ก็พบของกลางเป็นจำนวนมาก

จากการสอบสวน นายธวัช ให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยจะขับรถแท็กซี่ตระเวนไปยังถนนเส้นต่างๆ ที่เปลี่ยว ผู้คนไม่พลุกพล่าน สำหรับพฤติกรรมในการก่อเหตุส่วนใหญ่จะเลือกเหยื่อที่จอดรถบริเวณทางเปลี่ยว ทำทีท่าไปเคาะประตูสอบถาม จากนั้นก็จะอาศัยจังหวะที่เหยื่อเผลอทำการขโมยทรัพย์สินที่วางอยู่บนเบาะที่นั่งคนขับ โดยก่อเหตุมาทั้งสิ้น 7 ครั้ง และมีหมายจับค้างเก่ากว่า 4 หมาย

สลด หนุ่มน้อยใจแฟนส่งภาพร้องไห้ พบอีกทีเป็นศพผูกคอตายแล้ว

เมื่อเวลา 16.00 น. ร.ต.อ.จรยุทธ บุญทอง รองสว.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด รับแจ้งเหตุชายผูกคอตายเสียชีวิตภายในห้องเลขที่ 145 ชั้น 2 ซอยแจ้งวัฒนะ 11 หลังโรงเรียนสวนกุหลาบนนทบุรี จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธ์วงศ์ ผกก. มูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ

พบเป็นตึกแถว 2 ชั้น แบ่งเป็นห้องให้เช่า ภายในห้องเลขที่ดังกล่าวพบศพ นายวีระพงษ์ อายุ 25 ปี ใช้เชือกสะพายกระเป๋าผูกกับเหล็กหน้าต่างเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง โดยมีนางสาวขวัญแฟนสาวกอดศพร่ำไห้ด้วยความเสียใจ ข้างๆตัวพบโทรศัพท์มือถือผู้ตายมีข้อความส่งถึงแฟนสาวเป็นภาพกำลังร้องไห้เสียใจ โดยข้อความตัดพ้อว่า “จะอยู่ด้วยกันจนตายไปข้างหนึ่ง คำนี้ยังคงอยู่ในใจกูเสมอ มึงเป็นคนเลือกให้กูต้องทำแบบนี้ 5 นาทีสุดท้ายแล้วกูต้องไปจริงๆ ลาก่อนขวัญ หมดเวลาของคำว่าเราแล้ว ต่อไปนี้คงไม่มีทางอีกแล้ว”

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าผู้ตายน้อยใจแฟนสาวที่ทำงานอยู่ร้านอาหาร ส่วยตัวเองยังหางานทำไม่ได้ เลยมักมีปากเสียงทะเลาะกันเป็นประจำจนแฟนสาวต้องออกไปเช่าห้องเองที่อื่นนานกว่าเดือน ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ส่งภาพและไลน์หาแฟนสาวพร้อมทั้งต่อว่าตัดพ้อร้องไห้เสียใจ พร้อมบอกว่าจะฆ่าตัวตายแล้ว จากนั้นก็เงียบหายไป นางสาวขวัญจึงรีบชวนน้องชายไปที่ห้องแต่ไม่ทันการณ์นายวีระพงษ์ได้ผูกคอตายไปเป็นที่เรียบร้อย เบิ้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำศพส่งสถาบันนิติเวชก่อนให้ญาติรับไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป