ปิดคดีแล้ว “แบรด พิตต์” ถูกสอบสวน ไม่ได้ทำร้ายลูกชาย

ปิดคดีแล้ว "แบรด พิตต์" ถูกสอบสวน ไม่ได้ทำร้ายลูกชาย

หลังงจากข่าวบันลือโลกเกี่ยวกับการแยกทางกันระหว่าง 2 คู่รักซูเปอร์สตาร์ของวงการฮอลลิวูด อย่าง แองเจลินา โจลี และ แบรด พิตต์ ที่มีประเด็นเกี่ยวกับการทำร้ายข่มเหงจิตใจลูกๆ ทั้ง 6 คนของพวกเขาเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากภาวะทางอารมณ์ของฝ่ายชาย ทำให้มีการฟ้องร้องและดำเนินการสอบสวนกันขึ้นตามรายงานจากเว็บไซต์ข่าวกอสซิป TMZ.com ได้เปิดเผยว่า การฃ

สอบสวน แบรด พิตต์ ในกรณีใช้ความรุนแรงต่อลูกชาย ด้วยการตบตี แมดด็อกซ์ บนเครื่องบินส่วนตัวตามคำกล่าวหาของ แองเจลินา โจลี ขณะนี้การสอบสวนได้จบลงแล้ว และการพิจารณาพบว่า เขาไม่ได้ทำผิดอะไรทั้งนี้ การสอบสวนที่มีผลออกมาเรียบร้อยแล้วครั้งนี้ ทำให้ แบรด พิตต์ ยังคงเดินทางต่อสู้คดี เพื่อให้ได้สิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกๆ ทั้ง 6 คน ร่วมกับอดีตภรรยา หลังจากที่อีกฝ่ายได้ยื่นฟ้องหย่าร้างกับเขา เมื่อเดือนก่อน ด้วยเหตุผลที่ว่าเข้ากันไม่ได้ขณะที่ทางโฆษกส่วนตัวของแองเจลินา โจลี เปิดเผยว่า ขณะนี้เธออยู่ระหว่างการเก็บตัวดูแลสมาชิกในครอบครัว หลังจากที่ 8 สัปดาห์ที่มีการยื่นฟ้องและเป็นคดีความ โดยตอนนี้ลูกๆ ของเธอก็อยู่ในแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัยดี หลังจากนี้ แบรด กับ แองเจลินา ยังมีศึกคดีฟ้องหย่าร้างกันให้รอการพิพากษาอยู่

หนุ่มจีนทุ่มเงินกว่า 8 ล้านหยวน ซื้อเครื่องบินจากสหรัฐฯ

หนุ่มจีนทุ่มเงินกว่า 8 ล้านหยวน ซื้อเครื่องบินจากสหรัฐฯ

ว็บไซต์ข่าวท้องถิ่นประเทศจีนรายงานว่า นายหนิง หนุ่มใหญ่ วัย 30 ปี ชาวเสฉวน ชื่นชอบเครื่องบินมาตั้งแต่เด็ก จึงทุ่มเงินกว่า 3 ล้านหยวน (ประมาณ 15,475,899 บาท) สั่งซื้อเครื่องบินโบอิง 737-300 จากสหรัฐฯ เครื่องบินที่ปลดประจำการแล้ว ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกันกับเครื่องบินประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีเกาหลีใต้หลังจากการเจรจาซื้อขายในเวลาดึกดื่นเพราะเวลาแตกต่างกัน ทางผู้ขายก็มีเงื่อนไขเพิ่มเติมว่าจะไม่จัดส่งเครื่องบินลำดังกล่าวถึงบ้าน เพราะผู้ขายผู้ซื้อต้องขนส่งมาเอง ด้วยเครื่องบินดังกล่าวมีขนาดใหญ่ เขาจึงตัดสินใจใช้วิธีแยกชิ้นส่วนของเครื่องบินใส่ตู้คอนเทนเนอร์จำนวนกว่า 16 ตู้ ใช้เวลารื้อกว่า 1 สัปดาห์ แล้วขนส่งทางเรือใช้เวลาอีก 1 เดือน กว่าจะถึงท่าเรือเซี่ยงไฮ้จากนั้นใช้รถบรรทุกพ่วงอีก 8 คัน ลำเลียงชิ้นส่วนดังกล่าวมาที่กรุงปักกิ่ง แล้ว

นำมาประกอบกลับไปเป็นตัวเครื่องบินใหม่อีกครั้ง โดยค่าใช้จ่ายทั้งการรื้อ ขนส่ง และการประกอบกลับสูงถึง 4 ล้านหยวน (ประมาณ 20,634,533 บาท) ยังมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบจำลองการบินอีกกว่า 1 ล้านหยวน (ประมาณ 5,158,633 บาท) โดยรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วเขาต้องจ่ายไปมากกว่าราคาสั่งซื้อเครื่องบินเสียอีก ซึ่งขณะนี้จอดอยู่ที่สวนสาธารณะวัฒนธรรมการบินของสถาบันการบินพลเรือนแห่งประเทศจีนทั้งนี้ นายหนิงจบการศึกษาจากสถาบันการบินพลเรือนแห่งประเทศจีน เมื่อปี 2009 หลังจบการศึกษาได้เข้าทำงานด้านการควบคุมการจราจรทางอากาศ (ATC) จากนั้นในปี 2011 ก็เริ่มบุกเบิกทำธุรกิจเป็นของตัวเองเลขาฯ ของนายหนิงเปิดเผยว่า ปัจจุบันนายหนิงทำงานด้านการลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ด้วยความหลงใหลในเครื่องบินจึงมักจะแสวงหาความรู้อยู่ตลอด ดังนั้นเรื่องเกี่ยวกับเครื่องหรือการบินจึงมีความรู้มากเป็นพิเศษ ตอนนี้มีฐานเศรษฐกิจแน่นอนมั่นคงแล้ว จึงเริ่มทำในสิ่งตัวเองชอบ